rss

การประชุมทางโทรศัพท์เกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานในการเดินทางเยือนเอเชียของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

English English

พาล์ลาดิโน: สวัสดีทุกท่าน ทางคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติขอต้อนรับท่านสู่ทำเนียบขาว ขอขอบคุณที่เข้าร่วมการประชุมทางโทรศัพท์ในครั้งนี้เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการเดินทางเยือนเอเชียของท่านประธานาธิบดีที่จะมีขึ้นเร็ว ๆ นี้ วันนี้เราได้รับเกียรติในการให้ข้อมูลพื้นฐานจาก [เจ้าหน้าอาวุโสของทำเนียบขาวสองท่าน] [ทั้งสองท่าน] จะให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการเดินทางของท่านประธานาธิบดี

เจ้าหน้าที่อาวุโสของทำเนียบขาวคนที่ 1: ขอบคุณมากครับ  สวัสดีครับทุกท่าน  ท่านประธานาธิบดีจะเดินทางเยือนเอเชียอย่างเป็นทางการครั้งแรก ระหว่างวันที่ 3 ถึง 14 พฤศจิกายน โดยจะเดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี จีน เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ในระหว่างการเดินทางเยือนเวียดนามและฟิลิปปินส์ ท่านประธานาธิบดีจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และการประชุมสุดยอดสหรัฐฯ – อาเซียน การเดินทางเยือนของท่านประธานาธิบดีจะเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่มีต่อความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนานของพันธมิตรสหรัฐฯ และความร่วมมือและการยืนยันการเป็นผู้นำของสหรัฐฯ อีกครั้ง เพื่อส่งเสริมเสรีภาพและการเปิดกว้างในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก การเดินทางครั้งนี้เป็นความต่อเนื่องในการขยายการมีส่วนร่วมในทางการทูตของท่านประธานาธิบดีกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก นับตั้งแต่พิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง ท่านประธานาธิบดีได้โทรศัพท์ติดต่อบรรดาผู้นำในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกถึง 42 ครั้ง ท่านได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมทวิภาคีกับผู้นำจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน อินเดีย ออสเตรเลีย มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และประเทศไทย นอกจากนี้ ท่านประธานาธิบดียังได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมกับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เพื่อเจรจาความร่วมมือระดับไตรภาคีเกี่ยวกับนโยบายของเกาหลีเหนือ การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นการเดินทางเยือนเอเชียของประธานาธิบดีที่มีระยะเวลาการเยือนนานที่สุดในรอบมากกว่า 25 ปี นับตั้งแต่การเดินทางของประธานาธิบดีจอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช (George H.W. Bush) เมื่อเดือนธันวาคม ปี 1991 ไม่มีประธานาธิบดีท่านใดที่เดินทางเยือนประเทศต่าง ๆ มากกว่านี้ในภูมิภาคนี้ในการเยือนครั้งเดียว นับตั้งแต่การเดินทางเยือนของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ในเดือนตุลาคม 2003

ในวันที่ 3 พฤศจิกายน ท่านประธานาธิบดีจะเดินทางไปเยือนรัฐฮาวายและรับทราบข้อมูลสรุปจากกองบัญชาการของสหรัฐฯ ในแปซิฟิก ท่านจะเดินทางไปที่เพิร์ลฮาร์เบอร์และอนุสรณ์สถานเรือรบหลวง ยูเอสเอส แอริโซน่า ท่านประธานาธิบดีจะเริ่มต้นการเดินทางเยือนเอเชียเมื่อเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 5 พฤศจิกายน  ที่ประเทศญี่ปุ่น ประธานาธิบดีทรัมป์จะเน้นย้ำความสัมพันธ์ในฐานะพันธมิตรระหว่างสหรัฐฯ – ญี่ปุ่น ในฐานะเป็นรากฐานสำคัญของสันติภาพและการรักษาความปลอดภัยในภูมิภาค การประชุมของท่านประธานาธิบดีในญี่ปุ่นจะเน้นไปที่วิธีการทำงานร่วมกันของสหรัฐฯ และญี่ปุ่นเพื่อส่งเสริมเสรีภาพและการเปิดกว้างในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ขณะเดินทางเยือนญี่ปุ่น ประธานาธิบดีทรัมป์จะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของกองทัพสหรัฐฯ และญี่ปุ่นที่ประจำอยู่ที่ฐานทัพอากาศโยโกตะ และจะเข้าร่วมการประชุมทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีชินโซะ อะเบะ นายกรัฐมนตรีอะเบะจะจัดให้ท่านประธานาธิบดีได้พบกับครอบครัวชาวญี่ปุ่นที่ถูกคณะปกครองของเกาหลีเหนือลักพาตัวไป

ระหว่างการเดินทางเยือนสาธารณรัฐเกาหลีอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 พฤศจิกายน ท่านประธานาธิบดีจะเข้าร่วมการประชุมระดับทวิภาคีกับประธานาธิบดีมุน แจ-อิน และเยี่ยมเยือนเจ้าหน้าที่ทหารอเมริกันและเกาหลีใต้ ในวันที่ 8 พฤศจิกายน ท่านประธานาธิบดีจะกล่าวสุนทรพจน์ในรัฐสภาของเกาหลีใต้ เพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ในฐานะพันธมิตรกับเกาหลีใต้ที่มีมายาวนานและสัมพันธมิตรระหว่างสหรัฐฯ และสาธารณรัฐเกาหลี และเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ร่วมมือกันใช้มาตรการเพื่อกดดันเกาหลีเหนือเพิ่มมากขึ้น  นอกจากนี้ท่านประธานาธิบดีจะเข้าเยี่ยมสุสานของประเทศ เพื่อแสดงความเคารพต่อบรรดาทหารหาญที่พลีชีพ โดยประธานาธิบดีทรัมป์จะเน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งในฐานะพันธมิตรของสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ที่มีมายาวนาน ซึ่งตอนนี้แนบแน่นยิ่งขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเมื่อเผชิญกับความแข็งกร้าวของเกาหลีเหนือ

ในวันที่ 8 พฤศจิกายน ท่านประธานาธิบดีจะเดินทางถึงกรุงปักกิ่งเพื่อเข้าร่วมการจัดงานด้านการค้าและวัฒนธรรมแบบทวิภาคี รวมทั้งการประชุมร่วมกับประธานาธิบดีสี จนผิง ซึ่งเป็นการเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการเช่นกัน ผมคาดว่าท่านประธานาธิบดีจะแสวงหาความร่วมมือจากจีนเพื่อให้ใช้มาตรการกดดันเกาหลีเหนือและฟื้นคืนสมดุลความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ ขึ้นอีกครั้ง การเดินทางเยือนในครั้งนี้จะสื่อถึงว่า การที่ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในแบบทวิภาคีจะมีความยั่งยืนได้นั้น จีนจะต้องปฏิบัติต่อบริษัทของสหรัฐฯ อย่างเป็นธรรมและเอื้อประโยชน์ต่อกันและกัน และทางจีนจะต้องระงับนโยบายการลงทุนด้านการค้าที่เป็นการเอาเปรียบ

ในวันที่ 10 พฤศจิกายน ท่านประธานาธิบดีจะเดินทางไปยังดานัง ประเทศเวียดนาม โดยท่านจะเข้าร่วมการประชุมผู้นำเศรษฐกิจด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก และจะกล่าวสุนทรพจน์ที่การประชุมสุดยอด CEO ของ APEC  ในการกล่าวสุนทรพจน์ ท่านประธานาธิบดีจะนำเสนอวิสัยทัศน์ในด้านการค้าเสรีและเปิดกว้างของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ และเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของภูมิภาคที่มีต่อความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ การเข้าร่วมประชุม APEC ของท่านประธานาธิบดีจะส่งเสริมความมุ่งมั่นในการสร้างระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่เป็นธรรม ยั่งยืน อยู่บนรากฐานของกฎข้อบังคับ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของตลาด ในวันที่ 11 พฤศจิกายน ท่านประธานาธิบดีจะเดินทางไปเยือนฮานอยอย่างเป็นทางการและพบปะแบบทวิภาคีกับประธานาธิบดีเจิ่น ดั่ย และผู้นำอาวุโสคนอื่น ๆ ของเวียดนาม ซึ่งครั้งนี้จะเป็นการพบปะกับผู้นำของเวียดนามครั้งที่สอง หลังจากการเดินทางมาเยือนทำเนียบขาวของนายกรัฐมนตรีฟุคเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ที่เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ของสหรัฐฯ และเวียดนาม

ประธานาธิบดีทรัมป์จะเดินทางถึงกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ในวันที่ 12 พฤศจิกายน เพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับพิเศษที่จัดขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในเช้าถัดไป ท่านจะเข้าร่วมพิธีเฉลิมฉลองอาเซียน รวมทั้งการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก และจะใช้เวลาในวันดังกล่าวในการประชุมสุดยอดสหรัฐฯ-อาเซียน (US-ASEAN Summit) โดยเข้าร่วมการประชุมทวิภาคีกับประธานาธิบดี โรดริโก ดูแตร์เต ของฟิลิปปินส์ และผู้นำคนอื่น ๆ การเข้าร่วมการจัดงานอาเซียนของท่านประธานาธิบดีจะช่วยพัฒนาการเป็นผู้นำของสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมเสรีภาพ ความเปิดกว้างของโครงสร้างพื้นฐานในอินโด-แปซิฟิก และการยึดมั่นต่อระเบียบข้อบังคับของกฎหมาย โดยสรุปคือ การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นการเดินทางเยือนของท่านประธานาธิบดีที่ยาวนานที่สุด ณ ปัจจุบัน และเป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญของภูมิภาค

พาล์ลาดิโน: ขอบคุณครับ ตอนนี้ขอส่งต่อให้กับ […] สำหรับข้อเสนอแนะเบื้องต้น

เจ้าหน้าที่อาวุโสของทำเนียบขาวคนที่ 2: ขอบคุณสำหรับข้อมูลโดยรวมที่ดีเยี่ยม เพื่อเน้นถึงประเด็นที่กล่าวถึงได้อย่างดีเยี่ยม การเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางเยือนที่ขยายเวลาออกไป  เป็นหนึ่งในการเดินทางเยือนภูมิภาคของท่านประธานาธิบดีที่มีระยะเวลายาวนานที่สุดในรอบหลาย ปี โดยจะเน้นไปที่ความมุ่งมั่นของท่านประธานาธิบดีในการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจในภูมิภาคและการทำงานเพื่อช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเติบโตและเจริญรุ่งเรือง ท่านประธานาธิบดีต้องการร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ เพื่อยอมรับระบบการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งตั้งอยู่บนรากฐานของการเคารพต่อระเบียบข้อบังคับของกฎหมาย มาตรฐานในระดับสูง ความสัมพันธ์ทางการค้าที่เป็นกลางและชอบธรรม โดยขจัดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และลดการขาดดุลการค้าที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่านเชื่อว่าความมุ่งมั่นเหล่านี้บรรลุผลสำเร็จได้ผ่านการส่งเสริมการค้าเสรี ที่เป็นธรรม และเอื้อประโยชน์ต่อกันและกัน ซึ่งหมายความว่าประเทศต่าง ๆ จะทำให้ตลาดเปิดกว้างเพื่อทำการค้าระหว่างกัน โดยไม่มีการเลือกเฟ้นและให้ความช่วยเหลือกับผู้ที่เหนือกว่า ที่จะสร้างความเสียหายให้กับการเติบโตที่มาจากการผลักดันของตลาด และหยุดยั้งความพยายามที่จะทำให้ตัวเองได้เปรียบในการแข่งขันด้วยการโจรกรรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือเรียกร้องให้ผู้บุกเบิกริเริ่มต้องส่งมอบทรัพย์สินทางปัญญาให้เพื่อเป็นค่าตอบแทนในการทำธุรกิจในภูมิภาค  การเดินทางเยือนญี่ปุ่นครั้งแรกของท่านประธานาธิบดี ถือเป็นความสัมพันธ์ทางการค้าแบบทวิภาคีที่สำคัญ ผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (GDP) กว่า 30% ของโลกเกิดมาจากความสัมพันธ์ของสหรัฐฯ และญี่ปุ่น  เราคาดว่าท่านประธานาธิบดีจะสานต่อแรงกระตุ้นในการเจรจาทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ – ญี่ปุ่น ที่ท่านได้ปูทางไว้ และมอบหมายภารกิจให้รองประธานาธิบดีเพนซ์ และรองนายกรัฐมนตรีอาโซะรับหน้าที่เป็นประธานการประชุมตลอดปี เราได้จัดการประชุมเจรจาขึ้นสองครั้งในปีนี้ และได้ใช้เป็นกลไกเพื่อสานต่อการสร้างสมดุลให้กับความสัมพันธ์ทางการค้าและขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจของเราเพิ่มมากขึ้น ในระหว่างการเดินทางเยือน มีแนวโน้มที่ท่านประธานาธิบดีจะพูดคุยเกี่ยวกับวิธีการทำงานร่วมกันของสหรัฐฯ และญี่ปุ่น เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เปิดกว้างและเป็นธรรมในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก  หัวข้อการสนทนาจะรวมความต้องการในด้านการพัฒนา การให้เงินทุนเพื่อใช้ในโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ที่สอดคลอ้งกับการแข่งขันของตลาด ความโปร่งใส และมาตรฐานระดับสูงของการปกครองที่ดี นอกจากนี้ทั้งสองประเทศต่างมีข้อกังวลเดียวกัน เพื่อทำให้แน่ใจว่า การให้ความช่วยเหลือของบุคคลที่สามจะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดโลก และทั้งสองประเทศยังมีเป้าหมายด้านการรักษาความมั่นคงทางพลังงานในภูมิภาค รวมทั้งผ่านการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานของพลังงานแก๊สธรรมชาติเหลว (LNG) ที่มีประสิทธิภาพ

ลำดับต่อไปคือการเยือนเกาหลีใต้ เกาหลีเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีมูนต่างมุ่งมั่นที่จะให้เกิดการค้าที่ยุติธรรมและสมดุล โดยเอื้อประโยชน์ต่อกันและกันด้วย และการปฏิบัติที่เป็นไปอย่างยุติธรรมของทั้งสองประเทศ ในการนี้ทั้งสองฝ่ายยังได้มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมเงื่อนไขในการแข่งขันที่ยุติธรรมและเสมอภาค รวมทั้งเพื่อวิเคราะห์ข้อกังวลร่วมกันที่มีต่อการทำงานร่วมกันตามข้อตกลงทวิภาคีกับเกาหลีใต้ ในจีน ท่านประธานาธิบดีจะแสวงหาความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการสร้างสมดุลทางการค้าของเราขึ้นใหม่ ในความเป็นจริง เพื่อให้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจมีความยั่งยืน จีนจะต้องปฏิบัติต่อบริษัทของสหรัฐฯ อย่างเป็นธรรมและเอื้อประโยชน์ต่อกันและกัน และต่อแนวทางปฏิบัติในด้านการค้าและการลงทุน เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ประเด็นนี้มีความยากลำบากเพิ่มมากขึ้น โดยสะท้อนถึงการชะลอตัวและการถดถอย ในการเคลื่อนตัวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเสรีของจีน วิถีทางปัจจุบันนั้นไม่ยั่งยืนไม่ใช่แต่เฉพาะกับอนาคตทางเศรษฐกิจของจีน แต่ไม่ยั่งยืนต่อประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาครวมทั้งสหรัฐฯ ดังนั้นจึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจที่ท่านประธานาธิบดีจะกดดันจีนเพื่อให้ดำเนินการให้บรรลุความมุ่งมั่นที่ได้ให้ไว้ นับตั้งแต่ครั้งที่ประเทศเข้าร่วม WTO เพื่อให้กลายมาเป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจเสรี จำเป็นต้องมีการตรวจสอบวิธีดำเนินการที่ดีที่สุดอย่างถี่ถ้วนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว

ในเวียดนาม ท่านประธานาธิบดีจะเดินทางไปยังกรุงฮานอย เพื่อเข้าร่วมประชุมอย่างเป็นทางการ และเดินทางต่อไปยังดานังเพื่อร่วมการประชุมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก โดยจะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของท่านประธานาธิบดีที่จะร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคที่มีแนวคิดเช่นเดียวกัน เพื่อสนับสนุนส่งเสริมเป้าหมายของ APEC และนำเสนอระเบียบวาระที่เข้มแข็งปฏิบัติได้เพื่อเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันของสหรัฐฯ และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค การเข้าร่วมใน APEC จะเปิดโอกาสให้ท่านประธานาธิบดีได้ปราศัยกับผู้นำประเทศต่าง ๆ จำนวนมาก รวมทั้งการประชุมสุดยอด CEO และเป็นการเน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ของท่านและสิ่งที่มีความสำคัญสำหรับภูมิภาค ประเด็นแรก คณะบริหารสนใจที่จะเน้นย้ำเกี่ยวกับรูปแบบการค้าที่ยุติธรรมและสมดุล ท่านประธานาธิบดีจะกระตุ้นให้สมาชิก APEC ทั้งหมดเพิ่มความพยายามในการแก้ไขแนวทางปฏิบัติด้านการค้าที่เบี่ยงเบน ประเด็นที่สอง ท่านจะส่งเสริมการค้าในแบบดิจิทัล ให้เป็นตัวผลักดันการเติบโตที่สำคัญในภูมิภาค หมายความว่า ให้มีการค้นหาแนวทางแก้ไขและแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดเพื่อแก้ไขอุปสรรคในการสร้างความเติบโตให้กับการค้าแบบดิจิทัล ประเด็นที่สาม การปฏิรูปด้านโครงสร้าง เราจะหาทางสร้างเงื่อนไขการแข่งขันที่เสมอภาค เพิ่มความโปร่งใส และลดการคอร์รัปชั่น ประเด็นที่สี่ การปรับปรุงความได้เปรียบในการแข่งขันการค้าด้านการบริการเป็นสิ่งที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญในระดับต้น ๆ ซึ่ง 70% ของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศของเรามาจากการบริการ เราจะกระตุ้นเศรษฐกิจของ APEC ให้เพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันต่อไป โดยลดอุปสรรคที่จะสกัดกั้นการส่งออกบริการและการลงทุน ประเด็นสุดท้าย สิ่งที่ผมจะเน้นในที่นี้ในการประชุม APEC คือการพัฒนาการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจของสตรี  ในดานัง สหรัฐฯ จะเน้นย้ำถึงการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจของสตรีต่อไป ซึ่งเราเชื่อว่าจะกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นทั่วภูมิภาค ทั้งห้าประเด็น – การค้าที่เป็นธรรม การได้ดุลการค้า การส่งเสริมการค้าในแบบดิจิทัลในภูมิภาค การปฏิรูปโครงสร้าง ความได้เปรียบในการแข่งขันของการบริการ และการพัฒนาการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจของสตรี – เป็นเพียงบางส่วนของประเด็นที่เราให้ความสำคัญสูงสุด นอกจากนี้ท่านประธานาธิบดีจะเข้าร่วมการประชุมอาเซียนอีกครั้ง เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติที่เป็นธรรมและเอื้อประโยชน์ต่อกันและกัน และความจำเป็นในการพัฒนาตลาดที่จะผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นทั่วภูมิภาค ขอบคุณครับ

พาล์ลาดิโน: ขอบคุณครับ โทนี่ ขอส่งต่อหน้าที่ให้คุณสำหรับคำถาม

ผู้ดำเนินการประชุม: ขอบคุณครับ หากมีคำถาม คุณสามารถโทรเข้าโดยการกด *1 ได้ตอนนี้ ขอย้ำอีกครั้ง หากมีคำถาม คุณสามารถเข้าคิวเพื่อถามคำถาม โดยกดดอกจัน แล้วตามด้วยหนึ่ง เราจะตอบคำถามแรกซึ่งมาจากเดวิด วโร (David Wroe) จากซิดนีย์ มอร์นิง เฮรัลด์ (Sydney Morning Herald) ถามได้เลยครับ

สื่อมวลชน: ขอบคุณครับที่ให้โอกาสเราได้สอบถาม เอ่อ เดวิด วโร (David Wroe) จากซิดนีย์ มอร์นิง เฮรัลด์ (Sydney Morning Herald) ผมเพียงสงสัยว่าท่านประธานาธิบดีมีแผนการที่จะพบกับมัลคอล์ม เทิร์นบัล นายกรัฐมนตรีของเรานอกรอบหรือไม่ และมีข้อความพิเศษเฉพาะสำหรับออสเตรเลียเกี่ยวกับเกาหลีเหนือหรือไม่ โดยเฉพาะความคิดเห็นของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มีต่อจดหมายที่เกาหลีเหนือส่งถึงรัฐสภาออสเตรเลีย เนื่องจากจูลี่ บิชอป รัฐมนตรีต่างประเทศของเราตีความว่าเป็นสัญญาณว่าเกาหลีเหนือกำลังเริ่มรับรู้ถึงผลของการถูกลงโทษทางเศรษฐกิจและการกดดันทางการทูต รัฐมนตรีบิชอปแสดงความมั่นใจอย่างต่อเนื่องต่อประสิทธิภาพของการลงโทษและค่อนข้างแน่ใจว่ามาตรการดังกล่าวจะใช้การได้ในระยะยาว ผมเลยสงสัยว่าทางสหรัฐฯ มีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวในขณะนี้

ผู้ตอบ: ขอบคุณสำหรับคำถาม ใช่แล้วครับ ประธานาธิบดีทรัมป์จะมีเวลาเข้าพบนายกรัฐมนตรีเทิร์นบัลอย่างแน่นอน ในระหว่างการเดินทางไปเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรากำลังรวบรวมรายละเอียด แต่ผมสามารถยืนยันได้ว่าจะมีการพบกัน จดหมายจากคณะปกครองของเกาหลีเหนือ สำหรับเราแล้วเป็นสัญญาณว่าการรณรงค์สร้างความกดดันให้กับเกาหลีเหนือจากนานาประเทศ ส่งผลกระทบอย่างที่เราต้องการ โดยเพิ่มความรู้สึกของการถูกโดดเดี่ยวทางการทูต ซึ่งสกัดกั้นการหารายได้ที่จะนำมาใช้กับโครงการของตน – ในการสร้างขีปนาวุธและอุปกรณ์นิวเคลียร์ – และผมคิดว่าการส่งจดหมายแบบนั้นของคิม เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงภาวะเข้าตาจน

สื่อมวลชน: ขอบคุณครับ

ผู้ดำเนินการประชุม: ขอบคุณครับ คำถามถัดไปมาจากเปีย บราโก (Paya Brago) ของฟิลิปปินส์ สตาร์ (Philippines Star) ถามได้เลยครับ

สื่อมวลชน: ทั้งฟิลิปปินส์และสหรัฐฯ กำลังดำเนินการเกี่ยวกับการประชุมทวิภาคีระหว่างประธานาธิบดีดูแตร์เตและประธานาธิบดีทรัมป์ คุณพอจะยืนยันได้หรือไม่ว่าการประชุมจะเกิดขึ้น และจะมีการเจรจาพูดคุยเกี่ยวกับข้อกังวลของสหรัฐฯ ที่มีต่อสิทธิมนุษยชนและคำกล่าวอ้างของประธานาธิบดีดูแตร์เต ที่ว่า CIA อยู่เบื้องหลังแผนการบ่อนทำลายความมั่นคงที่ต่อต้านรัฐบาลของตน ขอบคุณ

ผู้ตอบ: ขอบคุณ ผมไม่ได้ยินตอนสุดท้ายของคำถาม ช่วยกรุณาพูดซ้ำด้วยครับ

สื่อมวลชน: จะมีการเจรจาพูดคุยเกี่ยวกับข้อกังวลของสหรัฐฯ เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนหรือไม่และคำกล่าวอ้างที่ว่าทาง CIA ให้การสนับสนุนแผนการบ่อนทำลายความมั่นคงที่ต่อต้านรัฐบาลของตน

ผู้ตอบ: ประธานาธิบดีทรัมป์คาดหวังอย่างยิ่งที่จะได้เข้าพบประธานาธิบดีดูแตร์เต เพื่อแสดงความยินดีที่ทางฟิลิปปินส์ได้รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอด และเพื่อยืนยันถึงความสัมพันธ์แบบทวิภาคีที่มีมาช้านานและความสัมพันธ์ในฐานะพันธมิตรระหว่างสหรัฐฯ และฟิลิปปินส์ ทั้งสองได้สนทนาผ่านทางโทรศัพท์มาก่อนและติดต่อกันมาตลอด และผมทราบมาว่าประธานาธิบดีทรัมป์คาดหวังอย่างยิ่งที่จะได้เข้าพบประธานาธิบดีดูแตร์เต โดยจะพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ในด้านความสัมพันธ์ และสหรัฐฯ จะแสดงความเห็นอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาเสมอต่อบรรดามิตรสหายและพันธมิตรเกี่ยวกับประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน และความสำคัญของระเบียบกฎเกณฑ์ของกฎหมาย แต่ผมคิดว่าประเด็นหลักของการประชุมคือการเสริมสร้างมิตรภาพที่ดีที่ทั้งสองผู้นำได้สร้างขึ้น สำหรับทฤษฎีการสมรู้ร่วมคิดที่พูดถึง ก็ไม่ได้มีผลกระทบกับความจริงที่ว่า ไม่มีแผนการสมรู้ร่วมคิดอย่างที่กล่าวกัน ขอบคุณครับ/ค่ะ

สื่อมวลชน: ขอบคุณครับ/ค่ะท่าน

ผู้ดำเนินการประชุม: ขอบคุณครับ/ค่ะ คำถามถัดไปมาจาก Sao Phal Niseiy จาก Thmey Thmey ถามได้เลยครับ

สื่อมวลชน: สวัสดีครับ/ค่ะ สวัสดี ได้ยินไหมครับ/ค่ะ

ผู้ดำเนินการประชุม: ได้ยินครับ ถึงคิวสายของคุณแล้ว ถามได้เลยครับ

สื่อมวลชน: ขอบคุณที่เปิดโอกาสให้สอบถาม จริง ๆ แล้วข้อแรกคือการเดินทางไปเยือนฟิลิปปินส์ และการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดสหรัฐฯ – อาเซียน ในฟิลิปปินส์ด้วยเช่นกัน คำถามมีอยู่ว่า มีข้อสงสัยว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะเข้าพบกับผู้นำในภูมิภาคบางท่านหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำของกัมพูชาอย่างนายกรัฐมนตรีฮุนเซน เนื่องจากความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และกัมพูชาเสื่อมถอยลงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และอีกคำถามที่มีคือ หากท่านประธานาธิบดีไม่เข้าร่วมในการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก เนื่องจากปัญหาด้านตารางเวลา คำถามคือประธานาธิบดีทรัมป์จะใช้การเดินทางเยือนในครั้งนี้เพื่อเน้นถึงความมุ่งมั่นของคณะบริหารที่มีต่อภูมิภาคอย่างไร เนื่องจากมีการเจรจาอภิปรายเกี่ยวกับความสนใจของท่านที่มีต่อภูมิภาค เนื่องจากท่านประธานาธิบดีจะไม่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ขอบคุณครับ/คะ

ผู้ตอบ: ท่านประธานาธิบดีจะเดินทางเยือนกรุงมะนิลาในวันที่ 12 และ 13 โดยจะเข้าพบกับผู้นำการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกทั้งหมด งานเลี้ยงตอนรับจัดขึ้นในวันที่ 12 และจริง ๆ แล้วพิธีในเช้าถัดไปคือการเปิดการประชุมสุดยอดทั้งหมด ดังนั้นผมคิดว่าการที่จะกล่าวว่าท่านประธานาธิบดีไม่ได้เข้าร่วมการประชุม คงจะเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ท่านประธานาธิบดีจะเข้าพบและกล่าวแถลงในการประชุมสุดยอดดังกล่าว และผมคิดว่าคำบอกกล่าวที่ว่าความมุ่งมั่นที่ท่านประธานาธิบดีมีต่อภูมิภาคไม่มีความแน่นอนนั้นฟังดูแปลก ๆ ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว ขอย้ำอีกครั้งว่าการเดินทางเยือนภูมิภาคของท่านประธานาธิบดีในครั้งนี้มีระยะเวลายาวนานที่สุดในรอบยี่สิบห้าปี โดยเดินทางไปยังดานังเพื่อร่วมประชุม APEC จากนั้นจะเดินทางไปยังฮานอยเพื่อร่วมการประชุมอย่างเป็นทางการ เดินทางไปยังกรุงมะนิลาเพื่อเปิด EAS และเข้าร่วมการประชุมสุดยอดสหรัฐฯ -อาเซียน และเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ที่มีกับอาเซียนมาเป็นเวลา 40 ปี และการมีส่วนร่วมในภูมิภาคเป็นเวลา 50 ปี ดังนั้นผมจึงไม่แน่ใจเกี่ยวกับคำกล่าวดังกล่าว ทางด้านกัมพูชา เราได้ตั้งข้อสังเกตและแน่นอนว่าเรารู้สึกตระหนกต่อลักษณะของการใช้ถ้อยคำชักจูงที่มาจากรัฐบาลกัมพูชาเกี่ยวกับการคาดคะเนการเข้าแทรกแซงกิจการในประเทศของทางสหรัฐฯ ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงด้วยเช่นกัน นอกจากนี้เรายังรู้สึกไม่สบายใจต่อกระบวนการที่ใช้เพื่อลดการต่อต้านทางการเมืองก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในปีหน้า ผมขอหยุดไว้ตรงนี้ ขอบคุณครับ/ค่ะ

สื่อมวลชน: ขอบคุณครับ/คะ

ผู้ดำเนินการประชุม: ขอบคุณครับ/คะ คำถามถัดไปมาจากเนอร์มัล กอช (Urmal Gosh) จากสเตรทส์ ไทม์ส (Straits Times) ถามได้เลยครับ

สื่อมวลชน: สวัสดีครับ ขอบคุณสำหรับโอกาสนี้ ผมคิดว่าคุณตอบคำถามของผมแล้วหนึ่งข้อเกี่ยวกับการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก อีกคำถามสั้น ๆ ที่ผมมีคือ ภริยาของท่านประธานาธิบดีจะติดตามท่านประธานาธิบดีตลอดระยะเวลาการเดินทางเยือนหรือเปล่าครับ ผมแค่ตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องนั้น กรุณาด้วยครับ ขอบคุณครับ/คะ

ผู้ตอบ: ภริยาของท่านประธานาธิบดีจะร่วมเดินทางไปกับท่านประธานาธิบดีอย่างน้อยช่วงหนึ่งของการเดินทางเยือน แต่ทั้งนี้ยังไม่มีการประกาศตารางเวลาของท่านภริยาให้ทราบ ดังนั้นเราคงต้องรอจนกว่าจะมีการประกาศตารางเวลาออกมา ขอบคุณครับ/ค่ะ โทนี่ เรามีเวลาเหลืออีกห้านาที อาจจะตอบได้อีกหนึ่งคำตาม ขอบคุณครับ/ค่ะ

ผู้ดำเนินการประชุม: ขอบคุณครับ/คะ คำถามถัดไปมาจากเรียซีย์ โพช (Reasey Poch) จาก VOA ถามได้เลยครับ

สื่อมวลชน: สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่ตอบคำถามค่ะ เป็นคำถามที่เกี่ยวกับ ฉันหมายถึง คุณพูดถึงการเน้นย้ำในด้านการค้าและการแข่งขันที่ยุติธรรมและเงื่อนไขในการแข่งขันที่เสมอภาค ไม่ทราบว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะพูดถึงสิทธิมนุษยชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโดยทั่วไปในประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนหรือไม่ อย่างเช่น ในกัมพูชา และในพม่าที่มีปัญหาเกี่ยวกับชาวโรฮิงยา และปัญหาในการโค่นล้มพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามอย่างพรรค NRP ในกัมพูชา

ผู้ตอบ: ขอบคุณสำหรับคำถาม ท่านประธานาธิบดีเฝ้าดูสถานการณ์ โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์วิกฤติด้านมนุษยธรรม ที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนของรัฐยะไข่และบังกลาเทศ ผมมั่นใจว่าท่านจะพูดคุยกับท่านผู้นำคนอื่น ๆ ในภูมิภาคเกี่ยวกับประเด็นปัญหาดังกล่าวและประเด็นปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนโดยตรงในภูมิภาค ขอบคุณครับ/ค่ะ

พาล์ลาดิโน: โทนี่ เรามีเวลาเหลือให้ตอบได้อีกหนึ่งคำถาม

ผู้ดำเนินการประชุม: โอเค ขอบคุณครับ ขออนุญาตสักครู่ครับ ถัดไปเราจะตอบคำถามจากเดวิด วโร (David Wroe) สักครู่ครับ ถึงคิวสายของคุณแล้วครับ

สื่อมวลชน: ขอบคุณอีกครั้งครับ ผมเพียงสงสัยว่าคุณจะช่วยสรุปประเด็นสำคัญอย่างละเอียดขึ้น ว่าอะไรคือการให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมที่ทางสหรัฐฯ ต้องการจากภูมิภาคในกรณีของเกาหลีเหนือ เนื่องจากเป็นหัวข้อสำคัญและผมสงสัยว่าทางคุณต้องการอะไร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรัฐสภาลำดับที่ 19 ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว คุณคิดว่าสีจิ้นผิงจะมีความชัดเจนในแง่ดังกล่าวหรือไม่ หรือว่าคุณจะสามารถให้ข้อมูลในประเด็นดังกล่าวได้หรือไม่ กรุณาด้วยครับ

ผู้ตอบ: เกี่ยวกับเกาหลีเหนือ ประเด็นดังกล่าวถือเป็นประเด็นระหว่างทุกประเทศกับเกาหลีเหนือ มีหลายกระบวนการที่ประเทศต่าง ๆ ได้นำไปใช้หลังจากมีการผ่านมติในที่ประชุมของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติอย่างต่อเนื่องเมื่อต้นปีนี้ รวมทั้งมติที่ผ่านเมื่อเดือนที่แล้วด้วย สิ่งที่เราต้องการคือการที่ประเทศต่าง ๆ จะนำมติดังกล่าวไปใช้อย่างเต็มที่ แต่มองหาวิธีอื่น ๆ ด้วยเพื่อนำกระบวนการเอกภาคีไปใช้กับเกาหลีเหนือในแบบทวิภาคี เพื่อขับไล่แรงงานเกาหลีเหนือ ปิดการดำเนินธุรกิจและความพยายามอื่น ๆ ของเกาหลีเหนือที่มีในประเทศของตน ซึ่งใช้เป็นแหล่งเงินทุนให้กับคณะปกครอง เพื่อลดระดับหรือแม้กระทั่งตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีเหนือ และเราสังเกตเห็นว่าประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกต่างนำกระบวนการดังกล่าวไปใช้เพิ่มขึ้น ท่านประธานาธิบดีให้ความร่วมมือในทางการทูตกับผู้นำเหล่านั้นอย่างเต็มที่ เพื่อแสดงความขอบคุณในการดำเนินการกรณีดังกล่าว แต่เรากำลังเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดและจะแสวงหาความร่วมมือเพื่อผนึกกำลังเพิ่มเติมกับชุมชนระหว่างประเทศเพื่อโดดเดี่ยวเกาหลีเหนือต่อไป

ผู้ดำเนินการประชุม: ขอบคุณครับ/คะ ผมจะส่งสายต่อไปให้กับตัวแทนการประชุมของเราเพื่อกล่าวปิดการประชุม

พาล์ลาดิโน: ขอบคุณครับ โทนี่ นั่นคือข้อมูลสรุปการประชุมทางโทรศัพท์ของวันนี้ และผมขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ของเราที่เข้าร่วมประชุม ผมขอขอบคุณสำนักกิจการสาธารณะ กระทรวงการต่างประเทศ สำหรับความช่วยเหลือในการจัดการประชุมทางโทรศัพท์กับทางศูนย์สื่อมวลชนในกรุงมะนิลา หากมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประชุมทางโทรศัพท์ในวันนี้ โปรดติดต่อแมรี่ เบธ พอลลี่ (Mary Beth Polly) ผู้อำนวยการศูนย์ของเรา ขอบคุณมากสำหรับเวลาของคุณ

ผู้ดำเนินการประชุม: ขอขอบคุณ และทุกท่านโปรดทราบว่าคุณสามารถรับฟังข้อมูลของการประชุมทางโทรศัพท์ครั้งนี้ได้หลังเวลา 10:30 นาฬิกาตามเวลามาตรฐานตะวันออก ไปจนถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน สามารถเข้าถึงข้อมูลการประชุมโดยโทรไปที่หมายเลข 800 475 6701 และใช้รหัส 432570 เพื่อเข้าถึงข้อมูล ผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศสามารถโทรไปที่หมายเลข 320 365 3844 ย้ำอีกครั้ง หมายเลขติดต่อสำหรับผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศคือ 800 475 6701 และ 320 365 3844 โดยใช้รหัส 432570 เพื่อเข้าถึงข้อมูล ขอสิ้นสุดการประชุมทางโทรศัพท์ของเราแต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณสำหรับการเข้าร่วมและขอบคุณที่ใช้ AT&T สามารถวางสายได้แล้วตอนนี้


การแปลนี้จัดทำขึ้นโดยความอนุเคราะห์และเฉพาะต้นฉบับภาษาอังกฤษเท่านั้นที่ควรถือว่าเชื่อถือได้
ข่าวสารทางอีเมล
หากต้องการสมัครรับข่าวสารใหม่ ๆ หรือเข้าถึงการตั้งค่าผู้ติดตามของคุณ โปรดป้อนข้อมูลการติดต่อด้านล่าง